..ทริปนี้เราจะออกเดินทางกันคืนวันพฤหัสที่ 4 ก.ย.
เดินทางด้วยรถตู้เหมือนเดิม รถออกที่สถานีปลายทาง
รถไฟฟ้า (BTS) หมอชิต ประมาณสองทุ่ม ....เราคงจะไปถึงชาติตระการก็เกือบสว่าง
..แวะตลาดชาติตระการ
ล้างหน้าล้างตาหากาแฟกินและซื้อเสบียงสำหรับกินบนภูสองวัน แล้วเดินทางกันต่อเลยเพราะกว่าจะถึงบริเวณ
หน่วยย่อยหน้าน้ำตก จุดที่บริการชั่งของก่อนขึ้นภูก็คงสายแล้ว ....จากชาติตระการเราต้องวิ่งรถขึ้นเขาไปอีก
เจ็ดแปดสิบโลไกลโขอยู่
...ถึงที่ทำการหน้าน้ำตก ลงทะเบียนชั่งของเสร็จแล้ว ไปทานข้าวเช้าเติมกำลังไว้เดินขึ้นภู
อิ่มแล้วหิ้วติดมือขึ้นไป
กินกลางวันอีกคนละถุงน้ำคนละขวด ของใครของมันหิ้วกันเองครับ เพราะเราเดินขึ้นไม่พร้อมกัน
ก็เดินตามๆ กัน
ขึ้นไป เพราะเส้นทางขึ้นภูมีอยู่ทางเดียวไม่หลงไม่เลยครับ ระหว่างทางหิวตรงไหนก็แวะทานตรงนั้นไม่ต้องรอกัน
แล้วทยอยเดินขึ้นภูไปเลยไม่ต้องกลัวหลงเพราะไม่มีทางแยกไปไหน ช่วงแรกจะเดินลัดเลาะไปตามลำธารน้ำตก
ภูสอยดาว แล้วตัดขึ้นเนินแรกตรงเนินส่งญาติ ค่อนข้างชันหน่อยแต่มีที่ให้พักเป็นระยะๆ
พอพ้นเนินแรกแล้ว เนิน
ถัดไปก็จะเป็นเนินปราบเซียน เนินป่าก่อ เนินเสือโคร่ง จนถึงเนินสุดท้ายที่ชื่อเนินมรณะ
สุดเนินมรณะแล้ว เดินไป
อีกนิดก็จะถึงจุดชมวิวเหนือลานสน..

....นั่งพักให้หายเหนื่อยก่อนก็ได้
เพราะถึงจุดหมายแล้ว เดินลงไปตามลานสนอีกหน่อยก็จะถึงบริเวณจุดกางเตนท์
และบ้านพักเจ้าหน้าที่ หาทำเลเหมาะๆ กางเตนท์กางฟลายชีทกันไว้ก่อน แล้วนั่งรอลูกหาบที่จะเอาสัมภาระขึ้นมาส่ง
ก็คงจะมาถึงไล่ๆ กัน หรือบางทีเขาอาจจะขึ้นไปถึงก่อนเราด้วยซ้ำ เย็นนี้พักกันก่อนยังไม่ต้องเที่ยวไหนไกล
ช่วงเย็น
ถ้าฝนไม่ตก เดินไปรอเก็บภาพตะวันตกดินได้ที่จุดชมวิวใกล้ๆ ลานสน แล้วกลับมาอาบน้ำกินข้าว
คืนนี้นอนนับดาว
เหนือลานสนกันก่อนคืนแรก
...รุ่งขึ้นล้างหน้าล้างตากินกาแฟ อาหารเช้าแล้วสายๆ ค่อยออกเดินเที่ยวรอบๆ ภู
ไปเก็บภาพทุ่งหงอนนาคทางฝั่งลาว
ที่มีอยู่หลายทุ่ง ไปเดินดูหลักเขตแดนไทย-ลาว แล้วขึ้นไปเที่ยวจุดชมวิวที่เป็นยอดสูงสุดของภูสอยดาว
ยอด 1600
ชมทิวทัศน์ ขากลับก็เดินเลาะแนวผาจากจุดชมวิว กลับมากินข้าวกลางวันกันที่แคมป์
..ตอนบ่ายๆ ค่อยไปลงไปเที่ยว
น้ำตกสายทิพย์ เก็บภาพสายน้ำตกเล็กๆ ที่อยู่ใกล้ๆ ที่ตั้งแคมป์ แล้วย้อนกลับมาที่จุดชมพระอาทิตย์ตกใกล้ๆ
แคมป์
รอส่งตะวันตกดินอีกรอบ ตะวันลับเขาแล้วค่อยกลับมาหุงข้าวกิน
...จริงๆ แล้วน้ำตกบนภูสอยดาวไม่ใช่เป้าหมายหลัก
เพราะสวยน้อย จุดมุ่งหมายคือป่าสนและทุ่งดอกหงอนนาคกับอากาศที่หนาวเย็นสะใจซะมากกว่า
บนภูมีลำธารเล็กๆ
สำหรับใช้อาบใช้หุงหาอาหารได้ คืนนี้นอนหนาวบนภูกันอีกคืน
...เช้าวันที่สามสายๆ กินข้าวเช้าแล้วเก็บเต็นท์ให้ลูกหาบแล้วทยอยเดินลงภู มาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บริเวณที่ทำการ
หน้าน้ำตก แล้วไปทานข้าวกลางวันกันก่อนค่อยขึ้นรถกลับเข้ากรุงเทพฯ เย็นๆ มาแวะกินมื้อค่ำอีกมื้อแถวๆ
นครสวรรค์
....ทริปนี้เดินป่าขึ้นเขาครับ เดินไม่ยาก แต่ก็ชันพอได้อยู่ บรรยากาศสุดเนี๊ยบ
คนที่เคยไปแล้วยังอยากขึ้นไปอีกเลย
เก็บตังค์ค่ารถค่าอาหาร กันคนละ 3,000 คุ้มครับกับการเดินป่าเที่ยวภูสวย
3 วัน 2 คืน บนสันดอยงาม
อุปกรณ์เดินป่าที่ต้องเตรียมมาเอง และวิธีแพ็คของลงเป้
...บอกกล่าวกันก่อนว่าเราเป็นเพียงคนจัดทริปไม่ใช่บริษัททัวร์
ของใช้ส่วนตัว เต็นท์และถุงนอน ต้องเตรียมกันมาเอง
บางอย่างเราต้องช่วยตัวเอง บางอย่างก็อาจต้องช่วยกันทำ เรื่องอาหารการกินไม่หรูหรา
เราไปเดินป่าไม่ใช่ไปปิคนิคครับ
แต่จะเน้นหนักเรื่องท่องเที่ยวถ่ายภาพ และมิตรภาพในการเดินทางเป็นหลัก บางทีเราอาจจะต้องเจอกับสภาพฝนฟ้าตก
เพราะช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน แต่สีสันและบรรยากาศหนาวๆ ของทุ่งหงอนนาคบนลานสน ก็สวยคุ้มค่า
...โทรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์
081-439-6603 ไม่มีการเรียกเก็บเงินค่าเดินทางล่วงหน้าตามสไตล์
"คนแบกเป้"
ลงชื่อไว้แล้วหากเดินทางไม่ได้ โปรดแจ้งให้ทราบก่อนล่วงหน้าสักสี่ห้าวัน
รายชื่อผู้ร่วมเดินทางทริปนี้
|
|
ลำดับที่ |
ชื่อ |
|
|
กัณฑ์ "คนแบกเป้" นำทริป |
|
|
รถจีป rongritthikrai |
สอบถามรายละเอียดผ่านเวปบอร์ด
คลิ๊กที่นี่
5 - 7 ก.ย. 2551
|